๙ มิถุนายน ๒๕๕๘ วันพระ แรม ๘ ค่ำ เดือน ๗ อย่าลืมชวนกันไปทำบุญตักบาตร ที่วัดใกล้บ้านท่านกันนะครับ

ท่านสาธุชนคนดีทั้งหลาย " ชีวิตคนเรา ไม่ว่าจะขึ้น หรือลงจะสุขหรือทุกข์ จะเสื่อมหรือเจริญ จะก้าวหน้า หรือถอยหลัง บุญล้วนมีส่วนเป็นที่ตั้งทั้งสิ้น ดังมีคำที่ท่านกล่าวไว้ว่า

 ยามบุญมา กาไก่กลายเป็นหงส์          ยามบุญลง หงสาเป็นกาไก่

 ยามบุญมา วาสนาช่วย ที่ป่วยก็หาย    ที่หน่ายก็รัก

 หากบุญไม่มา วาสนาไม่ช่วย              ที่ป่วยก็หนัก ที่รักก็หน่าย

 ดั่งพระพุทธพจน์ว่า " บุญเป็นที่พึ่งของสรรพสัตว์ทั้งหลาย ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า "

คางคกข้ามถนน

posted on 18 Dec 2012 00:13 by banyen24
ห่างหายไปนานโขที่ไม่ได้เขียนมาลงในบล๊อค แต่เปิดอ่านบล๊อคที่เพื่อนๆเขียนอยู่ยังไม่เคยห่างหาย พอดีช่วงนี้มีเวลาช่วงลาพักร้อน เลยคิดว่าลองนั่งเขียนอะไรเพื่อลงโพสต์บ้างถ้าจะดี เพื่อกันเพื่อนๆลืม และเผื่อได้เพื่อนใหม่ๆ ไว้แลกเปลียนความคิดเห็น (ดีกว่าอยู่เปล่าๆ) ตั้งใจไว้ว่าต่อแต่นี้ไปจะหาเวลามาเขียนสัปดาห์ละเรื่องท่าจะดี (กันลืม)
วันก่อนไปอ่านสารนำแสงแห่งชีวิต จากสำนักสังฆทานนิวส์ ที่วางไว้ที่โต๊ะรับแขกที่ที่ทำงาน เห็นมีเรื่องๆหนึ่งน่าสนใจดี อ่านสองเที่ยวจับใจความมาเล่าต่อตามแบบฉบับบานเย็นขันอาสามาเล่าดังนี้ครับ
เรื่องมีอยู่ว่าคางคกข้ามถนนตอนกลางคืนไม่เก่งมักจะถูกรถทับตายเป็นจำนวนมาก มีคางคกอีกตัวหนึ่งต้องการข้ามถนนเป็น จึงไปปรึกษากระต่าย เพราะสังเกตุเห็นว่ากระต่ายข้ามถนนตอนกลางคืนเก่งมาก
คางคก บอกกระต่ายๆ ช่วยสอนเราข้ามถนนตอนกลางคืนหน่อยซิ กระต่าย บอกได้ซิ วิธีข้ามถนนให้ปลอดภัยก็คือข้ามถนนไปถ้าเห็นแสงไฟสองดวงส่องมาให้กระโดดไปอยู่ตรงกลางระหว่างไฟสองดวงนั้น แล้วก้มหัวให้ต่ำ พอแสงไฟผ่านเลยไปแล้วค่อยกระโดดต่อไป จะปลอดภัย แล้วกระต่ายก็สาธิตให้คางคกดูในคืนนั้น ว่าแล้วกระต่ายก็ข้ามถนนให้คางคกดูก่อน พอแสงไฟสองดวงมาใกล้ กระต่ายก็เข้าไปอยู่ระหว่างแสงไฟสองดวงนั้น แล้วก้มหมอบต่ำ แสงไฟสองดวงก็ผ่านเลยหัวไป แล้วกระต่ายก็ข้ามถนนสำเร็จด้วยดีปลอดภัยไม่โดนรถทับ พอมาถึงตอนคางคกบ้าง คางคกก็กระโดดไปถึงกลางถนน เห็นแสงไฟสองดวงมาก็เข้าไปอยู่ระหว่างกลางแสงไฟสองดวงตามที่กระต่ายบอก แล้วก้มหมอบให้ต่ำ แต่พอแสงไฟเข้ามาใกล้ ก็มีเสียงดัง แบ๊ะ แล้วแสงไฟสองดวงก็ผ่านเลยไป แต่ปรากฎว่าคางคกแบนติดถนนตรงนั้นเลย เมื่อกระต่ายเห็นดังนั้นถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ พร้อมกับเปรยว่า เจ้าคางคกเอ๋ย ซวยจริงๆ ลองครั้งแรกก็เจอรถตุ๊กตุ๊ก ซะแล้ว ซวยจริงๆ........
 

edit @ 18 Dec 2012 03:13:01 by บานเย็น24

วันหมดอายุของน้ำดื่มที่พิมพ์แปะไว้ข้างขวดน้ำดื่มที่เราใช้บริโภคในชีวิตประจำวันหลากหลายยี่ห้อนั้นสำคัญไฉน?        บางคนบอกว่ามีด้วยหรือ ? ,ไม่เคย สังเกตุ , ทำไมต้องมี ? ,น้ำดื่มมีวันหมดอายุ ด้วยหรือ ? , บ้างบอกว่าขวดใส ๆ ไม่มีสิ่งปนลงไปได้หรอก  ฝาก็ปิดสนิท อะไรจะเข้าไป ได้ ? หากเข้าไปเราก็ต้องสามารถมองเห็นได้ 

       

มีหลายเหตุผลครับสำหรับวันหมดอายุที่ติดอยู่ข้างขวดน้ำดื่ม

            

เหตุผลแรก สินค้าทุกอย่างต้องมีวันหมดอายุไม่ว่าจะ เป็นขนมถั่ว หรือสินค้าที่เน่าเปื่อยได้อื่นๆ

อีกเหตุผลหนึ่งคือรสชาติของมัน ตราบใดที่น้ำดื่มไม่ได้ถูกเปิด มันจะปลอดภัยต่อผู้บริโภคที่จะดื่ม แต่รสชาติสามารถเปลี่ยนได้เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง ขวดพลาสติกสามารถทำให้รสชาติแย่ลงได้ถ้ามีการเก็บที่ไม่ดี แสงแดดก็เช่นกันสามารถทำให้พลาสติกเสื่อมคุณภาพ และปะปนลงไปในน้ำดื่มได้ แก๊สหลายชนิดสามารถผ่านพลาสติกเข้าไปได้ ซึ่งจะส่งผลต่อรสชาติของน้ำที่อยู่ในขวด ด้วยเหตุผลเหล่านี้ จึงควรเก็บขวดพลาสติกในสถานที่มืด แห้งและไม่ควรให้อยู่ใกล้กับสารเคมีภายในบ้านเช่น ทินเนอร์ (thinner) น้ำมันและสารทำความสะอาดชนิดแห้ง         

มีคำแนะนำ เมื่อเปิดขวดน้ำดื่มแล้ว ควรใช้ควรภายใน 2 อาทิตย์เพราะว่าสาหร่ายหรือแบคทีเรียจะเจริญเติบโต และมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคได้

ดังนั้นน้ำในขวดที่ยังไม่เปิด จะไม่ เสีย แต่รสชาติของน้ำจะเปลี่ยนไปในระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งเราต้องสังเกตุดูวันหมด อายุนั่นเอง

สรุปการมีวันหมดอายุที่ข้างขวดน้ำดื่มเป็นเรื่องของ พรบ.อาหารและยา (อย.) และรสชาติที่ดีครับ        

ไหนๆ ก็พูดถึงเรื่องขวดน้ำดื่มแล้ว ขอเล่าต่อเรื่องที่เคยเป็นข่าวผ่านทีวีเกี่ยวกับเรื่องขวดน้ำพลาสติกที่เรามักใช้กันอยู่ในชีวิตประวันกันต่ออีกสักหน่อย เพื่อเป็นประโยชน์ต่อคนที่ชอบใช้ความสะดวก หาซื้อได้ไม่ยาก ตามห้างสรรพสินค้า ร้านเซเว่น รวมไปถึงที่มีแจกตามปั้มน้ำมันที่เมื่อเรา เติมน้ำมันครบ 800 บาทแถมน้ำฟรี 1 ขวด ทำนองนี้เป็นต้น คุณเคยคำนึงถึงเรื่อง ต่างๆ ที่กล่าวมาแต่ตอนต้นกันบ้างหรือไม่

ข่าวเขาว่ามีคนเสียชีวิตเพราะการนำขวดพลาสติกดังกล่าวไปบรรจุน้ำดื่มครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้สารพิษชนิดหนึ่งสามารถละลายออกมาปะปนกับน้ำดื่ม เนื่องจากขวดประเภทนี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ครั้งเดียว อายุใช้งานสั้น ๆ เท่านั้น ดังนั้นจึงไม่ควรเสียดายนำมาบรรจุน้ำดื่มอีก รวมทั้งน้ำที่อยู่กับขวดหากแม้ว่าเปิดกินไม่หมดแล้วเก็บไว้ในรถยนต์  ซึ่งรถดังกล่าวอาจจอดในที่มีอากาศร้อนจัด ๆ ความร้อนก็มีผลกับสารพิษที่มากับขวดได้ ดังนั้นเมื่อให้หมดภาย ภายในระยะเวลา 1 สัปดาห์ โดยเฉพาะหากเก็บขวดนั้นไว้ที่ร้อน ๆ

จะว่าไปแค่น้ำดื่มที่บรรจุในขวด ยังมีปัญหาขนาดนี้ แล้วที่ท่านไปทานข้าวตาม ร้านข้าวแกง แล้วดื่มน้ำเปล่าที่ทางร้านค้า จัดให้ใส่ในเหยือกพลาสติก แก้วใส่น้ำแข็งเปล่าที่วางในถังที่ใช้แช่สารพัด เพื่อเพิ่มความเย็น ไม่รู้ว่าจะมีสิ่งปนเปื้อนจากสิ่งประกอบรอบข้างอีกไม่รู้เท่าไร

 

ยังไงเสียก็อย่าลืมเรื่องวันหมดอายุของน้ำดื่ม และสถานที่เก็บน้ำดื่มในที่ที่ควรด้วยก็แล้วกันครับ เดี๋ยวจะหาว่ารู้แล้ว ทำไมไม่บอก มีจริง ๆ น๊ะ วันหมดอายุของน้ำดื่มบรรจุขวดพลาสติก และแม้ยังไม่หมดอายุก็ต้องเก็บไว้ในที่ที่สมควรด้วย เปิดแล้วดื่มไม่หมด เก็บไว้ดื่มต่อวันหน้าก็ไม่ค่อยจะดี หากยังขืนเสียดายขวด นำไปบรรจุซ้ำแล้ว ซ้ำอีกยิ่งไปกันใหญ่

 

จำไว้วันหลังซื้อน้ำดื่ม ควรดูให้ดีทั้งรูปลักษณ์ แบบบรรจุ วัสดุที่ใช้บรรจุ สภาพฝาผนึกบรรจุอยู่ในสภาพสมบูรณ์หรือไม่ และที่สำคัญวันหมดอายุที่ข้างขวดครับ น๊ะจะบอกให้ เดี๋ยวจะหาว่า บานเย็น24 ไม่เตือน

edit @ 14 Feb 2008 03:06:03 by บานเย็น24

edit @ 14 Feb 2008 03:40:55 by บานเย็น24

edit @ 3 Apr 2008 00:59:58 by บานเย็น24