วันหมดอายุของน้ำดื่มที่พิมพ์แปะไว้ข้างขวดน้ำดื่มที่เราใช้บริโภคในชีวิตประจำวันหลากหลายยี่ห้อนั้นสำคัญไฉน?        บางคนบอกว่ามีด้วยหรือ ? ,ไม่เคย สังเกตุ , ทำไมต้องมี ? ,น้ำดื่มมีวันหมดอายุ ด้วยหรือ ? , บ้างบอกว่าขวดใส ๆ ไม่มีสิ่งปนลงไปได้หรอก  ฝาก็ปิดสนิท อะไรจะเข้าไป ได้ ? หากเข้าไปเราก็ต้องสามารถมองเห็นได้ 

       

มีหลายเหตุผลครับสำหรับวันหมดอายุที่ติดอยู่ข้างขวดน้ำดื่ม

            

เหตุผลแรก สินค้าทุกอย่างต้องมีวันหมดอายุไม่ว่าจะ เป็นขนมถั่ว หรือสินค้าที่เน่าเปื่อยได้อื่นๆ

อีกเหตุผลหนึ่งคือรสชาติของมัน ตราบใดที่น้ำดื่มไม่ได้ถูกเปิด มันจะปลอดภัยต่อผู้บริโภคที่จะดื่ม แต่รสชาติสามารถเปลี่ยนได้เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง ขวดพลาสติกสามารถทำให้รสชาติแย่ลงได้ถ้ามีการเก็บที่ไม่ดี แสงแดดก็เช่นกันสามารถทำให้พลาสติกเสื่อมคุณภาพ และปะปนลงไปในน้ำดื่มได้ แก๊สหลายชนิดสามารถผ่านพลาสติกเข้าไปได้ ซึ่งจะส่งผลต่อรสชาติของน้ำที่อยู่ในขวด ด้วยเหตุผลเหล่านี้ จึงควรเก็บขวดพลาสติกในสถานที่มืด แห้งและไม่ควรให้อยู่ใกล้กับสารเคมีภายในบ้านเช่น ทินเนอร์ (thinner) น้ำมันและสารทำความสะอาดชนิดแห้ง         

มีคำแนะนำ เมื่อเปิดขวดน้ำดื่มแล้ว ควรใช้ควรภายใน 2 อาทิตย์เพราะว่าสาหร่ายหรือแบคทีเรียจะเจริญเติบโต และมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคได้

ดังนั้นน้ำในขวดที่ยังไม่เปิด จะไม่ เสีย แต่รสชาติของน้ำจะเปลี่ยนไปในระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งเราต้องสังเกตุดูวันหมด อายุนั่นเอง

สรุปการมีวันหมดอายุที่ข้างขวดน้ำดื่มเป็นเรื่องของ พรบ.อาหารและยา (อย.) และรสชาติที่ดีครับ        

ไหนๆ ก็พูดถึงเรื่องขวดน้ำดื่มแล้ว ขอเล่าต่อเรื่องที่เคยเป็นข่าวผ่านทีวีเกี่ยวกับเรื่องขวดน้ำพลาสติกที่เรามักใช้กันอยู่ในชีวิตประวันกันต่ออีกสักหน่อย เพื่อเป็นประโยชน์ต่อคนที่ชอบใช้ความสะดวก หาซื้อได้ไม่ยาก ตามห้างสรรพสินค้า ร้านเซเว่น รวมไปถึงที่มีแจกตามปั้มน้ำมันที่เมื่อเรา เติมน้ำมันครบ 800 บาทแถมน้ำฟรี 1 ขวด ทำนองนี้เป็นต้น คุณเคยคำนึงถึงเรื่อง ต่างๆ ที่กล่าวมาแต่ตอนต้นกันบ้างหรือไม่

ข่าวเขาว่ามีคนเสียชีวิตเพราะการนำขวดพลาสติกดังกล่าวไปบรรจุน้ำดื่มครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้สารพิษชนิดหนึ่งสามารถละลายออกมาปะปนกับน้ำดื่ม เนื่องจากขวดประเภทนี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ครั้งเดียว อายุใช้งานสั้น ๆ เท่านั้น ดังนั้นจึงไม่ควรเสียดายนำมาบรรจุน้ำดื่มอีก รวมทั้งน้ำที่อยู่กับขวดหากแม้ว่าเปิดกินไม่หมดแล้วเก็บไว้ในรถยนต์  ซึ่งรถดังกล่าวอาจจอดในที่มีอากาศร้อนจัด ๆ ความร้อนก็มีผลกับสารพิษที่มากับขวดได้ ดังนั้นเมื่อให้หมดภาย ภายในระยะเวลา 1 สัปดาห์ โดยเฉพาะหากเก็บขวดนั้นไว้ที่ร้อน ๆ

จะว่าไปแค่น้ำดื่มที่บรรจุในขวด ยังมีปัญหาขนาดนี้ แล้วที่ท่านไปทานข้าวตาม ร้านข้าวแกง แล้วดื่มน้ำเปล่าที่ทางร้านค้า จัดให้ใส่ในเหยือกพลาสติก แก้วใส่น้ำแข็งเปล่าที่วางในถังที่ใช้แช่สารพัด เพื่อเพิ่มความเย็น ไม่รู้ว่าจะมีสิ่งปนเปื้อนจากสิ่งประกอบรอบข้างอีกไม่รู้เท่าไร

 

ยังไงเสียก็อย่าลืมเรื่องวันหมดอายุของน้ำดื่ม และสถานที่เก็บน้ำดื่มในที่ที่ควรด้วยก็แล้วกันครับ เดี๋ยวจะหาว่ารู้แล้ว ทำไมไม่บอก มีจริง ๆ น๊ะ วันหมดอายุของน้ำดื่มบรรจุขวดพลาสติก และแม้ยังไม่หมดอายุก็ต้องเก็บไว้ในที่ที่สมควรด้วย เปิดแล้วดื่มไม่หมด เก็บไว้ดื่มต่อวันหน้าก็ไม่ค่อยจะดี หากยังขืนเสียดายขวด นำไปบรรจุซ้ำแล้ว ซ้ำอีกยิ่งไปกันใหญ่

 

จำไว้วันหลังซื้อน้ำดื่ม ควรดูให้ดีทั้งรูปลักษณ์ แบบบรรจุ วัสดุที่ใช้บรรจุ สภาพฝาผนึกบรรจุอยู่ในสภาพสมบูรณ์หรือไม่ และที่สำคัญวันหมดอายุที่ข้างขวดครับ น๊ะจะบอกให้ เดี๋ยวจะหาว่า บานเย็น24 ไม่เตือน

edit @ 14 Feb 2008 03:06:03 by บานเย็น24

edit @ 14 Feb 2008 03:40:55 by บานเย็น24

edit @ 3 Apr 2008 00:59:58 by บานเย็น24

 อะไรกันนี่ อันตรายชัด ๆ รู้แล้วจะหนาว.... อาหารที่ปรุงจากน้ำมันที่ทอดซ้ำ

วันก่อนผมนั่งดูทีวีช่วงข่าวเศรษฐกิจในเนื้อข่าวพูดถึงเรื่องราคาผักสดว่าราคาค่อนข้างสูงขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลกินเจ มีการสัมภาษณ์บรรดาแม่ค้าตามตลาดสดในหลายหลายที่ จะบอกเหมือนๆ กันว่าราคาสูงขึ้นเล็กน้อย ส่วนผู้บริโภคก็กำลังซื้อลดลง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย คนกินเจก็ไม่ค่อยจะมาจับจ่ายซื้อของไปทำเอง เพราะว่าปัจจุบันมีร้านอาหารเจที่ทำสำเร็จเกลื่อนไปหมด สะดวกกว่ากันเยอะเลย ในข่าวยังเตือนผู้บริโภคในการเลือกซื้อให้ระมัดระวังเรื่องความสะอาด ผู้กินเจในเทศกาลถือศีลกินเจ ขอให้กินให้ถูกกินให้เป็นอย่ากินตามแฟชั่น ไม่เช่นนั้นจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน เนื่องจากมีการสำรวจ พบอาหารเจในท้องตลาดกว่าร้อยละ 80 ใช้วิธีทอด ผัดน้ำมัน

ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคควรมีหลักปฏิบัติในการใช้น้ำมันทอดอาหารทั้งในระดับผู้บริโภคระดับประ กอบอาหารทอดรายย่อย และภัตตาคารอาหารจานด่วน เพื่อให้น้ำมันทอดอาหารปลอดภัยต่อการบริโภคอีกทั้งการป้องกันการใช้น้ำมันทอดอาหารผิดวิธีดังนี้

1. น้ำมันปรุงอาหารควรเป็นน้ำมันพืชหลีกเลี่ยงการใช้ น้ำมันสัตว์ เพื่อมิให้เพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจ

2. น้ำมันทอดอาหารควรเป็นน้ำมันที่คงตัวและเกิดควันช้า เช่น น้ำมันปาล์มโอเลอิน (จากเนื้อปาล์ม )

3. ไม่ควรใช้น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพดน้ำมันดอก คำฝอย น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันหมู น้ำมันวัวและไขมันสัตว์ อื่น ๆ ในการทอดอาหาร เพราะน้ำมันดังกล่าวไม่คงตัว จึงเสื่อม สภาพเร็ว

4. หากน้ำมันทอดอาหารมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งต่อ ไปนี้ ให้เปลี่ยนน้ำมันทอดอาหารใหม่ทันทีไม่ควรเติมน้ำมันใหม่ลงไปเจือจาง เช่น กลิ่นเหม็นหืน เหนียวข้น สีดำ เกิดฟอง ควัน เหม็นไหม้ ไอน้ำมันทำให้ระคายเคืองตาและลำคอเมื่อโดนความร้อน

5. ควรกรองกากอาหารทิ้งระหว่าง และหลังการทอดอาหาร  โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารทอดที่มีการชุบแป้งปริมาณมาก ควรใช้ตะแกรงหรือผ้าขาวบางกรองเศษอาหารและผงขนาดเล็ก ออกจากน้ำมันทอดอาหาร


6. ควรซับน้ำมันส่วนเกินบริเวณผิวหน้าอาหารดิบก่อนทอด เพื่อ ลดการแตกตัวของน้ำมัน ทำให้ชะลอการเสื่อมสลาย ตัวของน้ำมันทอดอาหาร 

7.
ควรทอดอาหารครั้งละไม่มากเกินไป เพื่อให้ความร้อนของน้ำมันทอดอาหารกระจายทั่วถึง และใช้เวลาในการทอด น้อยลง

8.
ไม่ควรทอดอาหารด้วยไฟแรงเกินไป

9. ควรเปลี่ยนน้ำมันทอดอาหารให้บ่อยขึ้น หากทอดอาหารประเภทเนื้อสัตว์ที่มีส่วนผสมของเกลือหรือเครื่องปรุงรส ปริมาณมาก


10.
ควรล้างทำความสะอาดภาชนะที่ใช้ทอดอาหารหรือเครื่องทอดทุกวัน เนื่องจากน้ำมันเก่าสามารถไปเร่งการเสื่อม สภาพของน้ำมันทอดอาหารที่เติมลงไปใหม่

จะเห็นว่าเรื่องภัยน้ำมันทอดซ้ำเป็นเรื่องใกล้ตัวมาก หากเรามีความรู้และเข้าใจถึงอันตรายจากน้ำมันทอดซ้ำแล้วก็ควรหลีกเลี่ยงจากการใช้น้ำมันทอดซ้ำเพื่อสุขภาพและความปลอดภัย ผู้บริโภคควรเลือกซื้ออาหารทอดจากพ่อค้าแม่ค้าที่ทอดด้วยน้ำมันใหม่ ๆ สีเหลืองใส หากน้ำมันมีสีดำผู้บริโภคไม่ ควรซื้อมารับประทานโดยเด็ดขาด น้ำมันที่ผ่านการทอดซ้ำหลาย ๆ ครั้งจะมีคุณสมบัติที่เสื่อมลงทั้งสี กลิ่น รสชาติและมีความหนืดมากขึ้น ที่สำคัญจะก่อให้เกิดสารประกอบโพลาร์ที่สามารถสะสมในร่างกาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อการทำงานของเซลล์

มีประกาศเตือนสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
(สสส.)  น้ำมันทอดซ้ำอันตราย อาจตายเพราะมะเร็ง
ภก.สงกรานต์ ภาคโชคดี ประธานมูลนิธิเพื่อนช่วยเพื่อน กล่าวว่า ปาท่องโก๋ เป็นอาหารที่มีความเสี่ยงกับการเป็นโรค มะเร็ง ทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบอาหาร เนื่องจากร้อยละ 90 ของผู้ประกอบอาหารทั้งสองรายการนี้ใช้น้ำมันทอดซ้ำหลายครั้ง รวมไปถึงอาหารทอดอื่น ๆ อย่าง ไก่ทอด กล้วยทอด เผือกทอด ซึ่งอาหารเหล่านี้มักใช้น้ำมันทอดซ้ำหลาย ๆ ครั้ง อีกทั้งมีการเพิ่มเติมน้ำมันลงไปในน้ำมันเก่าที่ผ่านการทอดมาแล้ว จนน้ำมันเปลี่ยนสีจากสีเหลืองเป็นสีดำและมีลักษณะข้นเหนียว ผลกระ ทบ ต่อสุขภาพของน้ำมันทอดซ้ำทำให้เกิดการเจริญเติบโตลดลง ตับและไตมีขนาดใหญ่มีการสะสมไขมันในตับ การหลั่งน้ำ ย่อยทำลายสารพิษในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้นนอกจากนั้นไขมันที่ถูกออกซิไดซ์ปริมาณสูงอาจทำให้ไลโปโปรตีนชนิดแอลดีแอลมี โอกาสเกิดอนุมูลอิสระมากขึ้น จึงมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ ส่วนไอระเหยจากน้ำมันทอดอาหารหากสูดดมเป็นระยะเวลานานมีโอกาสเป็นโรคมะเร็งที่ปอดอีกด้วย

บอกแล้วไง อันตรายชัด ๆ รู้แล้วจะหนาว ต่อไปทุกครั้ง เทศกาลไหน หรือไม่ใช่ช่วงเทศกาลก็ตาม จะซื้อจะกินของทอดต้องระวังไว้ด้วยครับ เดี๋ยวจะหาว่า......banyen24.....ไม่เตือ

edit @ 23 Oct 2007 18:10:03 by บานเย็น24

edit @ 15 Nov 2007 00:01:39 by บานเย็น24

edit @ 15 Nov 2007 00:02:57 by บานเย็น24

edit @ 16 Nov 2007 00:46:04 by บานเย็น24

edit @ 3 Dec 2007 22:56:35 by บานเย็น24

edit @ 8 Dec 2007 01:24:50 by บานเย็น24

edit @ 28 Dec 2007 00:42:53 by บานเย็น24

ไปงานเปิดการแข่งขันกีฬาหมากฮอสโอเพ่น ชิงชนะเลิศกฟภ.ครั้งที่ 11 เขาจัดงานได้
ดีมาก พิธีเปิดมีการแสดงวิถีชุมชนย้อนยุค โดย ผจก.ศุภกร เลิศมงคล จาก กฟจ.ราชบุรี
เป็นผู้ทุ่มทุนสร้างเพื่องานนี้โดยเฉพาะ เลยเก็บภาพมาฝาก (ดูกันแก้เหงาไปพลาง ๆ)

ดูจากภาพ สงสัยไหม......ทำไมมีแต่รอยยิ้มกันถ้วนหน้าทุกท่านเลย ข่าวว่า...............
เสียงแคร่ไม้มีเสียงดังประหลาด ๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ให้เดาเอาเสียงอะไรเอ่ย และเป็นเสียง
ของใคร........ทำให้ยิ้มอย่างนี้